โควิด-19 สายพันธุ์อันตรายที่ต้องระวัง

โควิด-19

โควิด-19 เป็นโรคที่ติดเชื้อจากทางเดินหายใจส่งผลต่อผู้คนที่ใกล้ชิดส่งต่อกันเป็นทอดๆ ซึ่งมีอีกชื่อว่า ไวรัสโคโรนา สำหรับผู้ที่ติดเชื้อจะมีอาการ ไข้เล็กน้อย ถึง ปานกลาง ไอ เจ็บคอ หายใจไม่สะดวก และอาจมีอาการปอดอักเสบตามมา ซึ่งไวรัสโควิด-19 มีหลากหลายสายพันธุ์ วันนี้เราจะมารู้จักกับสายพันธุ์อันตรายของไวรัสโควิด-19 กัน

เชื้อไวรัส โควิด-19 สายพันธุ์แกมม่า คืออะไร

จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา หรือ โควิด – 19 เริ่มมีการแพร่ระบาดขึ้นในเดือนธันวาคม 2019 ที่ นครอู่ฮั่น เมืองหลวงของมณฑลหูเป่ย และได้แพร่ระบาดไปทั่วโลกอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเชื้อไวรัส กลายพันธุ์ขึ้นหลายสายพันธุ์ เช่นสายพันธุ์E484KหรือบราซิลP.1 ได้รับฉายาว่าตัวกลายพันธุ์จอมหลบหนี ไวรัสชนิดนี้สามารถเอาตัวรอดจากภูมิคุ้มกันของมนุษย์ได้ และยังสามารถแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว รุนแรงกว่าสายพันธุ์ธรรมดาและผู้ที่ติดเชื้อแล้วยังสามารถติดซ้ำได้อีก ผลวิจัยยังบ่งชี้ว่าผู้ที่ติดเชื้อไวรัสชนิดนี้มีอัตราการเสียชีวิติสูงกว่าไวรัสปกติ  ตรวจพบเชื้อครั้งแรกจากนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากโซนแอมะซอน ในประเทศบราซิล ต่อมาองค์การอนามัยโลก(WHO) กำหนดเป็น สายพันธุ์แกมม่า โดยจะใช้ตัวอักษรกรีซแทนชื่อประเทศที่ตรวจพบครั้งแรก

สายพันธุ์แกมม่า สามารถติดซ้ำได้

จากผลการวิจัย ของมหาวิทยาลัย กัมปีนาส ประเทศ บราซิล โดยระบุว่า เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ P.1หรือสายพันธุ์แกมม่า ทำให้สารแอนติบอดี  ที่ได้รับจากการฉีดวัคซีนโคโรนา แวค ของบริษัท ซิโนแวค 

ลดประสิทธิภาพลง ทำให้ผู้ที่เคยติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์นี้ สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้อีก 

ทีมนักวิจัยได้ระบุว่า “จากผลการทดลองแสดงให้เห็นว่า เชื้อไวรัสโควิด – 19 สายพันธุ์ P.1 ยังสามารถแพร่ระบาดอยู่ในกลุ่มคนที่ฉีดวัคซีนแล้ว ถึงแม้ว่ามีอัตราการฉีดสูงก็ตาม” จากผลการทดลอง การใช้วัคซีนซิโนแวค ในประเทศบราซิล เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 โดยการใช้พลาสจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 74 คน โดยแยกกลุ่มตัวอย่างที่ได้รับการฉีดวัคซีนโคโรนา แวค จำนวน 53 คน เข็มที่ 1 จำนวน 18 คน เพิ่งได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 มาไม่นานจำนวน 20 คน  และผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 เมื่อนานมาแล้ว จำนวน 15 คน กับผู้ที่เคยผ่านการติดเชื้อสายพันธุ์นี้มาแล้วจำนวน 21 คน

ประสิทธิภาพของ วัคซีนโคโรนา แวค ป้องกันโควิด -19

วัคซีนฉุกเฉิน โคโรนา แวค ของบริษัท ซิโนแวค ได้รับอนุมัติให้ใช้จากองค์การอนามัยโลก(WHO)ในเดือนมิถุนายน ประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อแบบแสดงอาการสายพันธุ์ปกติเพียง 51% แต่สามารถลดการติดเชื้อ เสียชีวิตได้ 100% รายงานฉบับที่ 2 ของการทดลองระยะที่ 3 ในตุรกี  พบว่าวัคซีน 2 โดสมีประสิทธิภาพร้อยละ 83.5 ในการป้องกันการติดเชื้อตามอาการ และมีประสิทธิภาพเต็ม 100 ต่อการรักษาในโรงพยาบาล แต่อย่างไรก็ตามผลการฉีดวัคซีน โคโรนา แวค 1 เข็มไม่สามารถลดการกลับมาเป็นซ้ำได้อีกของเชื้อไวรัส โควิด-19 สายพันธุ์แกม่า

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น